ค้างคาวในโลกนี้มีหลายชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือค้างคาวกินผลไม้และ กินแมลงเป็นอาหาร ออกหากินตอนกลางคืน พักและนอนตอนกลางวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ยังมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ในถ้ำที่ค้างคาวอาศัยอยู่ยังไม่มีการขุดค้นนำมูล ค้างคาวออกมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในการทำการเกษตรยังมีความสมบูรณ์ มีประชากรน้อย
ค้าง คาวเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและการเกษตรของโลกอย่างมาก ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้างคาวช่วยกินแมลงที่เป็นศัตรูพืช ซึ่งช่วยลดการระบาดของแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี มูลค้างคาว มีแร่ธาตุอาหาร และ จุลินทรีย์ เป็นประโยชน์ในการเป็นอาหาร การปรับปรุงบำรุงดินให้พืชเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตตลอดจนการ ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดที่ราก หรือโคนต้นของพืชอีกด้วยโดยเฉพาะการช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทำลายรากพืช หรือการทำลายเชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเน่าโคนเน่าของพืช
พวก อินคา ได้มีการนำมูลค้างคาว และ กัวโนค้างคาวมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างยาวนาน จนมีการออกระเบียบทรัพย์สมบัติบำรุงดิน ถ้าผู้ใดทำความเสียหายแก่ค้างคาวมีโทษถึงตาย ช่วงในปี ค.ศ. 1227-1242 กษัตริย์อ๊อกได ข่าน ซึ่งครองราชต่อจาก เจงกิส ข่าน แห่งมองโกลได้มีการนำมูลค้างคาวมาผลิตดินปืน เพื่อใช้ในการทำสงคราม โดยการค้นพบของชาวยุโรป สำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2081 สมเด็จพระไชยราชาธิราช โปรดให้เกณฑ์ชาวโปรตุเกต 120 คน เข้ากองทัพทำการผลิตดินปืนและใช้ปืนไฟ เมื่อครั้งศึกเชียงกราน สงครามระหว่างไทยกับพม่า
ในสหรัฐอเมริกาได้มีการใช้มูลค้างคาวและกัว โนค้างคาวมาตั้งแต่เริ่มแรก มีความสำคัญต่อการพัฒนาการเกษตรของอเมริกาเป็นอย่างมาก จนมาถึงใน ค.ศ. 1850 สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนอเมริกัน กัวโนให้มีไว้ใช้สำหรับประชาชนเท่านั้น ห้าม
นำส่งออกอย่างเด็ดขาด เพราะในรัฐที่ปลูกองุ่น จะมีการใช้มูลค้างคาวและกัวโนค้างคาวกันอย่างแพร่หลาย สำหรับประเทศคิวบาเป็นประเทศที่มีการส่งออก และเป็นประเทศที่มีการใช้กัวโนค้างคาวในส้ม กล้วย พืชผัก อย่างแพร่หลาย เพราะคิวบาถูกอเมริกาต่อต้านไม่สามารถซื้อสินค้าจากประเทศพันธมิตรสหรัฐ อเมริกาได้
นอกจากนั้นในอดีตมูลค้างคาวเป็นวัตถุดิบใน การทำดินประสิว จึงเป็นยุทธปัจจัย ที่ในสมัยอยุธยาเป็นสินค้าควบคุม และต้องห้ามสำหรับราษฎรสามัญชน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ศาสตร์แห่งการทำดินปืนจากมูลค้างคาวได้สูญสลายไปเสียแล้ว เมื่อเกิดการไหลบ่าของวิทยาศาสตร์จากตะวันตก มูลของมูลค้างคาวนั้นประกอบไปด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม ในปริมาณที่สูงกว่ามูลของสัตว์ชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในดิน ที่ใช้ในการปลูกพืชเกษตร
การหมักหมมของสิ่งปฏิกูลที่ค้างคาวถ่ายออกมา ทั้งอุจาระและปัสสาวะนั้น
จะส่งผลต่อสภาวะอากาศภายในถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียว
ที่ไม่มีการหมุนเวียนของอากาศ จะทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนีย ที่สูงมาก
มีรายงานว่าที่ถ้ำ Bracken ในมลรัฐ Texas
ปริมาณก๊าซอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ที่เดียว
นอกจากนี้การสะสมของมูลค้างคาวในถ้ำ
ถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะเป็นการลดปริมาตรของถ้ำ อีกด้วย
ดังนั้นเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดก๊าซพิษมากเกินไป
และเพื่อเป็นการควบคุมปริมาตรของถ้ำ
จึงควรมีการจัดเก็บมูลค้างคาวออกบ้างบางส่วน
ซึ่งนอกจากจะเป็นการจัดการถ้ำให้เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวและ
สิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆในถ้ำแล้ว
ยังเป็นการนำประโยชน์ที่เกิดจากสัตว์ป่ามาใช้โดยตรง ในรูปของมูลค้างคาว
ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ย ทดแทนการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
ที่แต่ละปีมีมูลค่าการนำเข้าหลายร้อยล้านบาท
แต่การนำมูลค้างออกจากถ้ำจำเป็นต้องดำเนินการจัดการให้เหมาะสมตามหลัก
วิชาการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรบกวนค้างคาว และสังคมของสิ่งมีชีวิตในถ้ำ
และควรกำหนดหลักเกณฑ์ และบุคคลที่ควรได้รับสัมปทาน
เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรที่มีอยู่
มูลค้างคาว

กัว
โนค้างคาวคือพื้นหินก้นถ้ำที่มูลค้างคาวและซากศพค้างคาวที่ตายทับถมตลอดจน
หินบนเพดานถ้ำ ที่หล่นมาที่พื้นถ้ำ
จะทำการย่อยสลายมูลค้างคาวและซากศพค้างคาวโดยมีจุลินทรีย์ช่วยในการย่อยสลาย
ในขณะที่ขบวนการย่อยสลายที่เกิดขึ้นกับมูลค้างคาว และซากศพของค้างคาวนั้น
มีผลต่อหินก้นถ้ำซึ่งจะถูกย่อยสลายไปด้วย บางถ้ำมีระยะเวลา 100-1000 ปี
จนทำให้หินในถ้ำกลายเป็นแร่ธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช
ป้องกันกำจัดโรคพืช และการปรับปรุงบำรุงดินต่อการปลูกพืช
จึงเรียกว่ากัวโนค้างคาว หรือบางทีเราเรียกว่าอินทรีย์ฟอสเฟต
(คือหินฟอสเฟตที่ถูกย่อยสลายกลายเป็นอินทีย์วัตถุ) อยู่ลึกประมาณ 5-20
เมตร
คุณค่าของมูลค้างคาวแร่ ธาตุอาหาร มูลค้างคาวมีแร่ธาตุอาหารหลัก รอง เสริม กรดฟูลวิก กรดฮิวมิคสูงและไคโตซาน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ค่อย ๆ ละลายช้า ไม่ละลายเร็วหรือสลายตัวเร็ว การที่ธาตุอาหารค่อย ๆ ละลายจะลดการสูญเสีย ละเหยไปในอากาศ ช่วยให้พืชดูดกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในมูลค้างคาวจะมีไนโตรเจน และอินทรียวัตถุสูงกว่ากัวโนค้างคาว แต่จะมีฟอสเฟตน้อยกว่า
จุลินทรีย์ ในมูลค้างคาว
จะ
มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ (เชื้อรา แบคทีเรีย และ แอคติโนมายซีส)
ในการช่วยย่อยสลายเศษวัสดุในดินให้กลายเป็นปุ๋ย
และละลายธาตุอาหารที่ตกค้างในดินให้กลายเป็นปุ๋ย
ตลอดจนการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เกิดจากไส้เดือนฝอย
และโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา และแบคทีเรีย
ประโยชน์ของมูลค้างคาว
1. ปรับปรุงบำรุงดิน เพราะมูลค้างคาว
และกัวโนค้างคาว
มีแร่ธาตุพวกแคลเซียมที่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรด ให้ดินกลายเป็นกลางมีความเหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุอาหาร
ในการเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิต และลด ต้นทุน
ในการเพาะปลูกพืชทุกชนิด
2. มีแร่ธาตุอาหารหลักรอง เสริม อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
3. มีกรดฮิวมิค ซึ่งเป็นตัวช่วยละลายฟอสเฟตที่ถูกตรึงอยู่ในดิน ให้กลายเป็นอาหารของพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ทำ ให้ดินร่วนซุย
เนื่องจากดินได้ถูกปรับสภาพให้เป็นกลางแล้ว เมื่อมีอินทรีย์วัตถุ
และจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลาย เศษวัสดุที่ตกค้างในดินแล้ว
ยังเป็นการช่วยให้รากพืชแผ่ขยาย ดูดกินอาหารได้มากขึ้น
และยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นในดินให้อีกด้วย
5. มีจุลินทรีย์ที่ช่วยป้องกันและกำจัดโรคพืช พวกไส้เดือนฝอยและโรครากเน่าโคนเน่า เช่น
- เชื้อ Actinomycetes sp. Trichoderma spp. Bacillus sp.
6. มีประจุไฟฟ้าที่ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุอาหารของพืชลดการใช้ปุ๋ยเคมี
7. เป็นสารอินทรีย์ธรรมชาติและมีน้ำหนักโมเลกุลสูงทำให้เกิดประโยชน์ต่อพืชได้นาน ไม่เกิดการสูญเสีย
8. มีไคโตซานช่วยยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช เช่น เชื้อ
-ไวรัสโรคพืช
- แบคทีเรีย เช่น แคงเคอร์ ใบจุด
- เชื้อรา เช่น ไฟทอปธอร่า พิเทียม ฟิวซาเรียม
- แอนแทรคโนส เมลาโนส รากเน่า โคนเน่า
ผลการวิเคราะห์มูลค้างคาว
Following is a characterization (humid base) of BAT GUANO:
- Nitrogen (N2) 2 - 6 + %
- Iron (Fe2O3) 0.5 - 1.3 + %
- Phosphorus (P2O5) 7 - 15 + %
- Manganese (MnO) 0.4 - 0.8 + %
- Potassium (K2O) 1.0 – 3.0 + %
- Copper (CuO) 0.2 - 0.5 + %
- Magnesium (MgO) 1.5 - 8 + %
- Zinc (ZnO) 0.2 - 0.4 + %
- Calcium (CaO) 20 - 25 + %
- pH (water) 4.5 – 6.5
- Fulvic Acids 15 - 20 %
- Humidity 30 % +/- 5 %
- Organic Matter 20 - 30 %
- C/N Relation 5/1 - 8/1
- Microbiological Flora 30 – 45 X 10E7 + U.F.C.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น