หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

+คุณรู้หรือไม่ว่ามูลค้างคาว มีประโยนช์มากมายมหาศาลอย่างไรบ้างกับการทำเกษตร

 ประวัติความเป็นมาของมูลค้างคาวกับการทำเกษตร




ค้างคาวในโลกนี้มีหลายชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือค้างคาวกินผลไม้และ กินแมลงเป็นอาหาร ออกหากินตอนกลางคืน พักและนอนตอนกลางวัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ยังมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ในถ้ำที่ค้างคาวอาศัยอยู่ยังไม่มีการขุดค้นนำมูล ค้างคาวออกมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากสภาพพื้นที่ในการทำการเกษตรยังมีความสมบูรณ์ มีประชากรน้อย

ค้าง คาวเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและการเกษตรของโลกอย่างมาก ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค้างคาวช่วยกินแมลงที่เป็นศัตรูพืช ซึ่งช่วยลดการระบาดของแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี มูลค้างคาว มีแร่ธาตุอาหาร และ จุลินทรีย์ เป็นประโยชน์ในการเป็นอาหาร การปรับปรุงบำรุงดินให้พืชเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตตลอดจนการ ป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดที่ราก หรือโคนต้นของพืชอีกด้วยโดยเฉพาะการช่วยลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทำลายรากพืช หรือการทำลายเชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเน่าโคนเน่าของพืช

พวก อินคา ได้มีการนำมูลค้างคาว และ กัวโนค้างคาวมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างยาวนาน จนมีการออกระเบียบทรัพย์สมบัติบำรุงดิน ถ้าผู้ใดทำความเสียหายแก่ค้างคาวมีโทษถึงตาย ช่วงในปี ค.ศ. 1227-1242 กษัตริย์อ๊อกได ข่าน ซึ่งครองราชต่อจาก เจงกิส ข่าน แห่งมองโกลได้มีการนำมูลค้างคาวมาผลิตดินปืน เพื่อใช้ในการทำสงคราม โดยการค้นพบของชาวยุโรป สำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2081 สมเด็จพระไชยราชาธิราช โปรดให้เกณฑ์ชาวโปรตุเกต 120 คน เข้ากองทัพทำการผลิตดินปืนและใช้ปืนไฟ เมื่อครั้งศึกเชียงกราน สงครามระหว่างไทยกับพม่า

ในสหรัฐอเมริกาได้มีการใช้มูลค้างคาวและกัว โนค้างคาวมาตั้งแต่เริ่มแรก มีความสำคัญต่อการพัฒนาการเกษตรของอเมริกาเป็นอย่างมาก จนมาถึงใน ค.ศ. 1850 สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองประชาชนอเมริกัน กัวโนให้มีไว้ใช้สำหรับประชาชนเท่านั้น ห้าม
นำส่งออกอย่างเด็ดขาด เพราะในรัฐที่ปลูกองุ่น จะมีการใช้มูลค้างคาวและกัวโนค้างคาวกันอย่างแพร่หลาย สำหรับประเทศคิวบาเป็นประเทศที่มีการส่งออก และเป็นประเทศที่มีการใช้กัวโนค้างคาวในส้ม กล้วย พืชผัก อย่างแพร่หลาย เพราะคิวบาถูกอเมริกาต่อต้านไม่สามารถซื้อสินค้าจากประเทศพันธมิตรสหรัฐ อเมริกาได้





นอกจากนั้นในอดีตมูลค้างคาวเป็นวัตถุดิบใน การทำดินประสิว จึงเป็นยุทธปัจจัย ที่ในสมัยอยุธยาเป็นสินค้าควบคุม และต้องห้ามสำหรับราษฎรสามัญชน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ศาสตร์แห่งการทำดินปืนจากมูลค้างคาวได้สูญสลายไปเสียแล้ว เมื่อเกิดการไหลบ่าของวิทยาศาสตร์จากตะวันตก มูลของมูลค้างคาวนั้นประกอบไปด้วย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม ในปริมาณที่สูงกว่ามูลของสัตว์ชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในดิน ที่ใช้ในการปลูกพืชเกษตร
         การหมักหมมของสิ่งปฏิกูลที่ค้างคาวถ่ายออกมา ทั้งอุจาระและปัสสาวะนั้น จะส่งผลต่อสภาวะอากาศภายในถ้ำ โดยเฉพาะถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียว ที่ไม่มีการหมุนเวียนของอากาศ จะทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนีย ที่สูงมาก มีรายงานว่าที่ถ้ำ Bracken ในมลรัฐ Texas ปริมาณก๊าซอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ที่เดียว นอกจากนี้การสะสมของมูลค้างคาวในถ้ำ ถ้ามีปริมาณมากเกินไปจะเป็นการลดปริมาตรของถ้ำ อีกด้วย
         ดังนั้นเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดก๊าซพิษมากเกินไป และเพื่อเป็นการควบคุมปริมาตรของถ้ำ จึงควรมีการจัดเก็บมูลค้างคาวออกบ้างบางส่วน ซึ่งนอกจากจะเป็นการจัดการถ้ำให้เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวและ สิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆในถ้ำแล้ว ยังเป็นการนำประโยชน์ที่เกิดจากสัตว์ป่ามาใช้โดยตรง ในรูปของมูลค้างคาว ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ย ทดแทนการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ที่แต่ละปีมีมูลค่าการนำเข้าหลายร้อยล้านบาท แต่การนำมูลค้างออกจากถ้ำจำเป็นต้องดำเนินการจัดการให้เหมาะสมตามหลัก วิชาการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรบกวนค้างคาว และสังคมของสิ่งมีชีวิตในถ้ำ และควรกำหนดหลักเกณฑ์ และบุคคลที่ควรได้รับสัมปทาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรที่มีอยู่

มูลค้างคาว
             ค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำจะทำการขับถ่ายมูลออกมาทุกวันลงสู่พื้นถ้ำ ทับถมสะสมกันหนาขึ้นระหว่าง1-5 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของถ้ำจำนวนประชากรค้างคาวและอายุที่ค้างราวอาศัย อยู่ มูลค้างคาวที่ถ่ายออกมา และมูลค้างคาวเมื่อทำปฏิกิริยากับไอน้ำในถ้ำเกิดก๊าซแอมโมเนียมเป็นอันตราย ต่อชีวิตมนุษย์แต่ค้างคาวสามารถอยู่ได้
          กัว โนค้างคาวคือพื้นหินก้นถ้ำที่มูลค้างคาวและซากศพค้างคาวที่ตายทับถมตลอดจน หินบนเพดานถ้ำ ที่หล่นมาที่พื้นถ้ำ จะทำการย่อยสลายมูลค้างคาวและซากศพค้างคาวโดยมีจุลินทรีย์ช่วยในการย่อยสลาย ในขณะที่ขบวนการย่อยสลายที่เกิดขึ้นกับมูลค้างคาว และซากศพของค้างคาวนั้น มีผลต่อหินก้นถ้ำซึ่งจะถูกย่อยสลายไปด้วย บางถ้ำมีระยะเวลา 100-1000 ปี จนทำให้หินในถ้ำกลายเป็นแร่ธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช ป้องกันกำจัดโรคพืช และการปรับปรุงบำรุงดินต่อการปลูกพืช จึงเรียกว่ากัวโนค้างคาว หรือบางทีเราเรียกว่าอินทรีย์ฟอสเฟต (คือหินฟอสเฟตที่ถูกย่อยสลายกลายเป็นอินทีย์วัตถุ) อยู่ลึกประมาณ 5-20 เมตร
 คุณค่าของมูลค้างคาว
               แร่ ธาตุอาหาร มูลค้างคาวมีแร่ธาตุอาหารหลัก รอง เสริม กรดฟูลวิก กรดฮิวมิคสูงและไคโตซาน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ค่อย ๆ ละลายช้า ไม่ละลายเร็วหรือสลายตัวเร็ว การที่ธาตุอาหารค่อย ๆ ละลายจะลดการสูญเสีย ละเหยไปในอากาศ ช่วยให้พืชดูดกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในมูลค้างคาวจะมีไนโตรเจน และอินทรียวัตถุสูงกว่ากัวโนค้างคาว แต่จะมีฟอสเฟตน้อยกว่า
จุลินทรีย์ ในมูลค้างคาว
               จะ มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ (เชื้อรา แบคทีเรีย และ แอคติโนมายซีส) ในการช่วยย่อยสลายเศษวัสดุในดินให้กลายเป็นปุ๋ย และละลายธาตุอาหารที่ตกค้างในดินให้กลายเป็นปุ๋ย ตลอดจนการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เกิดจากไส้เดือนฝอย และโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา และแบคทีเรีย
ประโยชน์ของมูลค้างคาว                 
1.  ปรับปรุงบำรุงดิน เพราะมูลค้างคาว และกัวโนค้างคาว มีแร่ธาตุพวกแคลเซียมที่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรด ให้ดินกลายเป็นกลางมีความเหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุอาหาร ในการเร่งการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิต และลด  ต้นทุน ในการเพาะปลูกพืชทุกชนิด
2.   มีแร่ธาตุอาหารหลักรอง เสริม อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
3.   มีกรดฮิวมิค ซึ่งเป็นตัวช่วยละลายฟอสเฟตที่ถูกตรึงอยู่ในดิน ให้กลายเป็นอาหารของพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.   ทำ ให้ดินร่วนซุย เนื่องจากดินได้ถูกปรับสภาพให้เป็นกลางแล้ว เมื่อมีอินทรีย์วัตถุ และจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลาย เศษวัสดุที่ตกค้างในดินแล้ว ยังเป็นการช่วยให้รากพืชแผ่ขยาย ดูดกินอาหารได้มากขึ้น และยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นในดินให้อีกด้วย
5.   มีจุลินทรีย์ที่ช่วยป้องกันและกำจัดโรคพืช พวกไส้เดือนฝอยและโรครากเน่าโคนเน่า เช่น
     - เชื้อ  Actinomycetes sp. Trichoderma spp. Bacillus sp.
6.   มีประจุไฟฟ้าที่ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุอาหารของพืชลดการใช้ปุ๋ยเคมี
7.   เป็นสารอินทรีย์ธรรมชาติและมีน้ำหนักโมเลกุลสูงทำให้เกิดประโยชน์ต่อพืชได้นาน ไม่เกิดการสูญเสีย
8.   มีไคโตซานช่วยยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช เช่น เชื้อ
   -ไวรัสโรคพืช
  - แบคทีเรีย เช่น แคงเคอร์ ใบจุด
  - เชื้อรา เช่น ไฟทอปธอร่า พิเทียม ฟิวซาเรียม
  - แอนแทรคโนส เมลาโนส รากเน่า โคนเน่า

ผลการวิเคราะห์มูลค้างคาว

Following is a characterization (humid base) of BAT GUANO:
- Nitrogen (N2) 2 - 6 + %
- Iron (Fe2O3) 0.5 - 1.3 + %
- Phosphorus (P2O5) 7 - 15 + %
- Manganese (MnO) 0.4 - 0.8 + %
- Potassium (K2O) 1.0 – 3.0 + %
- Copper (CuO) 0.2 - 0.5 + %
- Magnesium (MgO) 1.5 - 8 + %
- Zinc (ZnO) 0.2 - 0.4 + %
- Calcium (CaO) 20 - 25 + %
- pH (water) 4.5 – 6.5
- Fulvic Acids 15 - 20 %
- Humidity 30 % +/- 5 %
- Organic Matter 20 - 30 %
- C/N Relation 5/1 - 8/1
- Microbiological Flora 30 – 45 X 10E7 + U.F.C.

































































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น