หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

+ขอแนะนำปุ๋ยมูลค้างคาว-ตราเขาเพชร (ตัวช่วยเกษตรกรชาวไทย)



สินค้าทางการเกษตรปุ๋ยมูลค้างคาว ตราเขาเพชร สูตร 6-3-3

ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราเขาเพชร สูตร 6-3-3 อินทรีย์เคมี ผลิตจากมูลค้าวคาว เป็นปุ๋ยมูลค้างคาวผสมสารอาหารครบถ้วน ใช้หว่านได้ 1-2 ไร่ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่ม ใช้ได้กับพืชทุกชนิด และใช้ได้ตลอดอายุพืช  บริษัทมีใบรับรองสูตรปุ๋ย การผลิต ที่ถูกต้องตามกฎหมายให้เหมาะสำหรับพืชทุกชนิด (คุณภาพยอดเยี่ยม)

  


    1 กระสอบ บรรจุ 25 กิโลกรัม
 ราคา 570 บาท
กระสอบ ต่อ 1 ไร่ 


คุณสมบัติ 

- มูลค้างคาวพันธุ์ที่กินแมลงเป็นอาหาร ( แร่ธาตุครบ )
   ธาตุอาหารหลัก ( ไนโตรเจน ฟอสเฟต โปรแทสเซี่ยม )
   ธาตุอาหารรอง ( แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน )
   ธาตุอาหารเสริม ( เหล็ก ซิลิคอน สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม )
   กรดฮิวมิก
- จุิลินทรีย์ ชนิดทนความร้อน ( นำเข้าจากประเทศอิสราเอล ) ถูกแดดโดยไม่เสื่อมสภาพและมีส่วนผสมอื่นๆ อีก


มูลค้างคาวที่สะสมกันในถ้ำเป็นเวลานานจนสลายตัวกลายเป็นปุ๋ย ให้ธาตุทั้งในโตรเจน ฟอสฟอรัสทและโฟแทสเซียม
          1. มีปริมาณความแข็มข้นของธาตุอาหารพืชสูงทัดเทียมกับปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์
          2. ผลของการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ทำให้ดินร่วนไม่เกาะกันแน่น เมื่อแข็งตัว ความเป็นกรด-ด่างของดินอยู่ในระดับที่พอเหมาะกับความเจริญเติบโตของพืช
          3. การใช้มูลค้างคาว ทำให้เชื้อแบคทีเรียในดินทำการย้อยสลายอินทรีย์สารเปลี่ยนเป็นธาตุอาหารพืชได้ง่ายขึ้น
          4. มูลค้างคาวให้ธาตูอาหารเสริมของพืช ได้แก่ แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน และโมดินเลนั่ม อย่างพอเพียงกับความต้องการของพืช
          5. การใช้ปุ๋ยมูลค้างคาวอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันจะทำให้ผลตกค้างของปุ๋ย เคมีในดินค่อยๆสลายเป็นอาหารพืช และดินกลับสมบูรณืขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
         6. มูลค้างคาวเป็นมูลสัตว์ที่ให้ธาตุอาหาร ฟอสฟอรัส เหมาะสำหรับไม้ผลที่ให้กลิ่นหอม เช่นทุเรียน ลิ้นจี่ กล้วยหอม ลำใย และมะม่วงได้ดีอีกด้วย 



ผลการเปรีบยเทียบมูลสัตว์ต่างๆกับมูลค้างคาว
   มูลค้างคาวมีไนโตรเจน (N) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆ ประมาณ 20 เท่า
   มูลค้างคาวมีฟอสฟอรัส (P) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆ ประมาณ 130 เท่า
   มูลค้างคาวมีโพเทสเซียม (K) มากกว่ามูลสัตว์อื่นๆ ประมาณ 4 เท่า 


หมายเหตุ
     ไนโตรเจน (N) ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดี ลำต้นและใบแข็งแรง
     ฟอสฟอรัส (P) ช่วยให้พืชแข็งแรงทั้งส่วนราก ลำต้น ใบ ออกดอก ออกผล
     โพแทสเซียม (K) ทำให้ผนังเซลล์ของพืชหนาขึ้น 


ข้อดีของปุ๋ยเขาเพชร (ปุ๋ยมูลค้างคาว)

     1. มีปริมาณความเข้มข้นของธาตุอาหารพืชสูงกว่าปุ๋ยอินทรีย์ชนิดอื่น

2. ปุ๋ยมูลค้างคาวนอกจากจะให้ธาตุอาหารที่เพียงพอแล้ว ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินด้วยทำให้ดินร่วน ดินซุย
3. ในมูลค้างคาวอุดมไปด้วย ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม กำมะถัน เหล็กแมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน และโมลิบดินัม คลอลีน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของพืชโดยทั่วไป
4. ในมูลค้างคาวมีธาตุอาหารฟอสฟอรัสมากเป็นพิเศษ จึงเหมาะสมกับการนำมาใช้ทั้งใน พืชผัก พืชสวน พืชไร่ และไม้ดอก         ไม้ประดับ จะช่วยเพิ่มในเรื่องของ สีสัน รสชาติ และเพิ่มผลผลิตได้อย่างดี


ส่วนประกอบสำคัญ

1.   มูลค้างคาว70%

     มีมูลค้างคาว(กินแมลง) ที่ทับถมมาเป็นปีๆ ของบริษัทอินเตอร์อโกรเทค (ประเทศไทย)จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับสัมปทานถ้ำเขาหน่อ ถ้ำค้างคาวในจังหวัดนครสวรรค์  สามารถนำมาผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอต่อความต้องการ  ซึ่ง คุณสมบัติพิเศษของมูลค้างคาวเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีประโยชน์ต่อพืช มากมาย อุดมไปด้วยธาตุอาหารครบตามที่พืชต้องการและพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างสมบูรณ์



2.   สารอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น( 20%)

    เป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทฯได้นำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตปุ๋ยด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเป็นเท่าทวีคูณ เพราะสารอาหารดังกล่าวมีธาตุอาหารหลัก,ธาตุ อาหารรองและธาตุอาหารเสริม รวมทั้งฮิวมัส ฮิวมิค อะมิโน สารอาหารชนิดนี้เป็นเคมีธรรมชาติ ที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตอาหารของประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลไม่ได้ตีความว่าเป็นเคมี แต่ด้วยคุณค่านั้น เหนือกว่าเคมีนำเข้าโดยทั่วไป การปลดปล่อยต่างกัน  ให้คุณค่าที่สูงกว่า พืชจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า







3.   จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษนำเข้าจากประเทศอิสราเอล( 10%)

     เป็นอีกส่วนผสมหนึ่งที่ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ยของทางบริษัทฯ  จุลินทรีย์สายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการ สามารถทำลายเชื้อโรคซึ่งเป็นสาเหตุของรากเน่า โคนเน่า ในพืชทุกชนิด ช่วยพัฒนาระบบราก ปรับสภาพดินที่เสียให้ร่วนซุย  ปรับค่า PH ของดินให้เหมาะสม

                           



อัตราและวิธีการใช้


ชนิดพืช
ระยะที่ใช้
อัตราการใช้
วิธีการใช้
นาข้าว
ระยะแรก  15-30 วัน
ระยะหลัง  50-60 วัน
40-80 กก.ต่อไร่
40-80 กก.ต่อไร่
หว่านทั่วแปลง
ข้าวโพด
ระยะพร้อมปลูก
ระยะ 20-25 วัน
50-100 กก.ต่อไร่
30-40 กก.ต่อไร่
โรยรองก้นหลุมพร้อมปลูก
โรยตามแนวข้าวโพด
ส้ม มะนาว มะม่วงเงาะ ทุเรียน มังคุด ลำใย ลิ้นจี่ ลองกอง ฝรั่ง ชมพู่ องุ่น ปาล์ม
มีผลแล้ว
ยังไม่มีผล
3-5 กก.ต่อต้น/ครั้ง
2-3 กก.ต่อต้น/ครั้ง
หว่านรอบทรงพุ่ม
หว่านรอบทรงพุ่ม
ยางพารา
กรีดแล้วต้น,ปลายฝน
ยางเล็ก ต้น,ปลายฝน
1-2 กก.ต่อต้น/ครั้ง
0.5 กก.ต่อต้น/ครั้ง
โรยขนานแถว
โรยขนานแถว
อ้อย มัน สับปะรด
ใช้รองพื้นก่อนปลูก
พืชอายุ 1-2 เดือน
50-100 กก.ต่อไร่
50-100 กก.ต่อไร่
โรยในร่องแล้วกลบ
โรยข้างแถว
พริก หอม กระเทียม แตง
ถั่ว  สตอเบอรี่
ใช้รองพื้นระยะให้ผล
50-100 กก.ต่อไร่
50-100 กก.ต่อไร่
หว่านทั่วแปลง
หว่านทั่วแปลง
ผักทุกชนิด ยาสูบ
ใช้รองพื้น
50-100 กก.ต่อไร่
หว่านทั่วแปลง





เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว 1,500 กก.ต่อไร่

* หลังจากเมื่อข้าวอายุ 25 – 30 วัน ( หว่านปุ๋ยรอบแรก ) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3   อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น ขยายกอ ทำให้ต้นแข็ง ใบตั้ง ต้านทานโรคแมลง และเมื่ออายุข้าวประมาณ 35 – 40 วัน

* เมื่ออายุข้าวได้ 60 – 65 วัน ( หว่านปุ๋ยรอบสอง ) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3   อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวสมบูรณ์ ในช่วงข้าวตั้งท้องอ่อนๆควรใช้

* ในช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย( หว่านรับรวง (หว่านปุ๋ยรอบสาม )) หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3  อัตรา 20 กก.ต่อไร่ ช่วยบำรุงต้น สะสมอาหารสร้างรวง



สรุปการใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชในนาข้าว

 หว่านปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1  ช่วงข้าวอายุ 25 – 30 วัน อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ครั้งที่ 2  ช่วงข้าวอายุ 60 – 65 วัน อัตรา 40 กก.ต่อไร่ ครั้งที่ 3  ช่วงข้าวเริ่มออกรวงประปลาย อัตรา 20 กก.ต่อไร่


สรุปผลจากการใช้ในนาข้าว
1. ราก ทำให้รากยาว ขาวอวบ พืชหาอาหารได้ดีกว่า ทำให้เจริญเติบดตได้ดี
2. แตกกอดี ช่วยเพิ่มการแตกกอ เพิ่มจำนวนต้น รวงที่มากขึ้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
3. เขียว ข้าวเขียวทนเขียวนานกว่าใช้ปุ๋ยเคมี ข้าวเริ่มเขียวพร้อมกัน เขียวเสมอกัน
4. ต้นเขียวใบตั้ง ลำต้นแข็งแรง ข้าวไม่ล้ม ช่วยต้านทานโรคและแมลงได้ดี ช่วยลดค่ายาฆ่าแมลงลงได้
5. ข้าวรวงใหญ่ รวงยาว เมล็ดข้าวแกร่ง ไม่ลีบ น้ำหนักดี ข้าวสุกแก่พร้อมกัน ไม่โดนตัดราคา
6. ขั้วเหนียว ข้าวไม่หลุดร่วงง่าย ลดการสูญเสียผลผลิต ทำให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น
7. ข้าวสุกก่อน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อน ช่วยลดต้นทุนค่าสูบน้ำเข้านา
8. ช่วยปราบหอยเชอรี่ได้ ช่วยลดต้นทุนค่ายาปราบหอย
9. ดินเป็นหล่ม สภาพดินดี มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ปุ๋ยมูลค้างคาวสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารได้ดีกว่าและนานกว่าปุ๋ยเคมี ทำให้ธาตุอาหารในดินมีมาก สังเกตจากใบธงเขียวยันวันเกี่ยว ช่วยปรับโครงสร้างดิน ฟื้นฟูสภาพดิน ทำให้ดินดีขึ้น





เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล

เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในไม้ผล เช่น ส้ม ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน เงาะ เป็นต้น


*ระยะยังไม่มีผล ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 2 – 3 กก. /ต้น /ครั้ง   ช่วยให้ต้นสมบูรณ์ โตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน
*ระยะ มีผลแล้ว ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3 อัตรา 3 – 4 กก. /ต้น /ครั้ง   ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของต้น ทำให้ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ติดดอกดก ติดผลดก ผลใหญ่ รสชาติดี น้ำหนักดี สีสวยสีเข้ม



เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในยางพารา
*ใน ยางเล็กก่อนเปิดกรีด ( ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ช่วงต้นฝน ) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3              อัตรา 0.5 กก. /ต้น /ครั้ง  ช่วยเร่งต้น ทำให้ยางโตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ต้นยางสมบูรณ์มาก แทงฉัตร 60 – 80 ต่อฉัตร

*ในยางเล็กก่อนเปิดกรีด ( ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ช่วงปลายฝน ) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 - 3              อัตรา 0.5 กก. /ต้น /ครั้ง  ช่วยเร่งต้น ทำให้ยางโตไว ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน ต้นยางสมบูรณ์มาก แทงฉัตร 60 – 80 ต่อฉัตร

*ในยางเปิดกรีด ( ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ช่วงต้นฝน ) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 – 3 อัตรา 1 กก./ต้น/ครั้ง  ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า ป้องกันยางหน้าตาย ช่วยขยายท่อน้ำยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นน้ำยางสูง

*ในยางเปิดกรีด ( ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ปลายฝน ) ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6 - 3 – 3 อัตรา 1 กก./ต้น/ครั้ง  ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า ป้องกันยางหน้าตาย ช่วยขยายท่อน้ำยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นน้ำยางสูง




หากลูกค้าหรือเพื่อนๆ ท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลมาทางอินบ็อกซ์ได้นะคะ 
หรือจะโทรมาสอบถามที่เบอร์:
Tel.080-9790239(ระบบTrue Move)
Tel.085-2279446(ระบบ 1-2CALL)
หากต้องการทราบข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมเข้าไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซด์ด้านล่างนี้เลยค่ะ 

Website: http://hylife-hygros.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น